เทคโนโลยี IQT ทำให้ IoT (Internet of Things) ฉลาดขึ้นได้อย่างไร

IQT-making-things-smarter-ssa
IQT-making-things-smarter-ssa

สวัสดีครับ ท่านผู้มีเกียรติและผู้ชมทางบ้านครับ ผม พรชัย พฤกษารัตนนนท์ Head of internet of Things ใน Dell EMC ประเทศไทยนะครับแล้วก็ Cover ในส่วนของประเทศต่างๆในอินโดจีน วันนี้จะมานำเสนอ เรื่องของ IoT ในรูปแบบของ Dell ซึ่งตอนนี้เราได้เปิดตัวเรียกว่า IQT ก็คือว่าเราเอา IQ ไปใส่ใน Things ต่างๆเรียกว่าทำให้ Things ให้ฉลาดขึ้น IQT หรือว่า IoT ที่ฉลาดมันเป็นยังไงนะครับแต่ก่อนอื่นผมขอแนะนำก่อนว่า IoT คืออะไร IoTหรือ Internet of Things ก็คือสรรพสิ่งของThings สรรพสิ่งที่เชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ต  อย่างเช่นเรื่องของ รถยนต์, หลอดไฟ, Building ทุกอย่างมีอุปกรณ์ต่างๆ สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต แล้วก็ส่งผลให้อุปกรต่างๆสามารถคุยด้วยตัวมันเอง ในแง่ของ Dell เราจะมีในส่วนที่เรียกว่าการนำ Things มาคุยกันโดยผ่านอินเตอร์เน็ต แยกส่วนสำคัญคือข้อมูลในการที่จะทำให้ข้อมูล มีมูลค่าต่อท่านที่นำไปใช้

Cr : video from TechTalkThal

โดยที่ตอนนี้เดลเทคโนโลยี ประกอบด้วย 7 บริษัทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Dell กับ Dell EMC ครับแล้วก็มี Pivotal, RSA, Secure Works, VMware, และ Virtustream ทั้งหมดเราหลอมรวมกันนำเทคโนโลยี่มาช่วยทำให้ไอโอทีฉลาดขึ้นยังไงนะครับเดี๋ยวมาดูกัน แต่ก่อนอื่นในแง่ Concept ของเดลล์เทคโนโลยี่ เราจะแบ่งในการออกแบบของโครงสร้างพื้นฐานของ Internet of Things เป็น 3 ส่วนด้วยกัน
ส่วนที่1 เราเรียกว่า Edge (อุปกรณ์ปลายทาง) คือส่วนที่จะคุยกับ Things โดยเฉพาะอย่างเดียว วันนี้เราจะยกตัวอย่าง Things พวกประตู,แอร์ และไฟ
ส่วนที่ 2 เราเรียกว่า Core (ระบบงานหลัก) และ Core ก็เป็นส่วนที่รวบรวมมาจาก Edge อีกทีหนึ่งเมื่อทำในเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูล
ส่วนที่ 3 เราเรียกว่า Cloud จะเป็นตัวเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วทำ Big Data ในการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำไปใช้ต่อไป

IQT-making-things-smarter-across-the-iot-ecosystem-1
IQT-making-things-smarter-across-the-iot-ecosystem-1

ส่วน IQT ทำให้ IoT ฉลาดขึ้น เทคโนโลยีของ Dell ต่อไปนี้เราจะออกในส่วนที่ว่าแต่ละส่วน ไม่ว่าจะเป็น Edge เราสามารถทำการวิเคราะห์ตามต้นทางเลย ก็คือที่ Edge เราเรียกว่า Edge Analytics
พอไปที่ Core ก็จะมี Machine Learning นะครับในการที่จะมาจับข้อมูลตรง Core ส่วนที่ Cloud เป็น Big Data เราสามารถเอา Deep Learning มาวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นข้อมูลขนาดใหญ่ในการเอาไปใช้หา Algorithm แล้วก็ส่งต่อไปที่ Core แล้วก็ Edge อีกที เพื่อเป็นการตัดสินใจ
ขอยกตัวอย่างในเชิงรูปธรรมแบบง่ายๆ Edge น่าจะเหมือนกับนักฟุตบอล เขามีการเทรนแล้วเขาจะมีความสามารถเฉพาะตัวไม่ว่าการวิ่งซ้ายหรือวิ่งขวาจะยิงประตูเมื่อไหร่ นั่นคือ Edge ทำหน้าที่ของ Edge แล้ว Edge Analytic ก็คือเค้าต้องมีอำนาจตัดสินใจบางส่วนในการที่ยิงประตู จะวิ่งซ้ายวิ่งขวาหลบหลีกคู่แข่งขันหรือว่าจะบุกอีกทีหนึ่ง นั่นคือเปรียบเทียบกับ Edge Analytics
อันที่สองก็คือว่า Core ก็คือ เรียกว่าจะมี “โค้ช” คอยสอนผู้เล่นก็คือสอน Edge อีกทีว่าเขาควรจะวิ่งด้วยแผนอะไรยังไง ซึ่งตัวโค้ชเองก็คือส่วนที่เป็น Core ใน IoT แล้วเขาจะต้องมีการผ่านการทำ Machine Learning มาพอสมควร แล้วก็มาควบคุม Edge อีกทีหนึ่ง แต่ว่า Edge ก็สามารถตัดสินใจเองได้ด้วย

IQT-making-things-smarter-across-the-iot-ecosystem-2
IQT-making-things-smarter-across-the-iot-ecosystem-2

ในส่วน Cloud ซึ่งในการเล่นแต่ละแมทช์ ก่อนเล่นกับหลังเล่น ก็จะต้องนำคู่แข่งมาเปิดวีดีโอซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อทำการ Deep Learning เพื่อเป็นผลของการตัดสินใจต่อผู้เล่นกับโค้ชในการวางแผนอีกที นั่นคืออุปมาอุปไมยเรื่องของ Edge, Core และ Cloud ใน Infrastructure ของ IoT ซึ่งตรงนี้ทาง เดลล์เน้นมาก เพราะในแง่ของ Edge ซึ่งมีสินค้าคือ Embedded และ Gateway ถ้าส่วนนี้เขาสามารถตัดสินใจเองได้ จะช่วยลดในเรื่องของ Bandwidth และเรื่อง Communication มาที่ Core และ Cloud อีกทีนึงส่วน Core จะเป็นพี่เลี้ยงเหมือน Coach ในการบอก Edge ว่าคุณควรจะตัดสินใจอย่างไร ส่วน Cloud แน่นอนจะมีเรื่องของ Machine Learning แล้วก็ Deep Learning คอยรับ Algorithm เรียนรู้ Training แล้วได้ Algorithm ไปบอก Edge, Core อีกทีหนึ่ง ในส่วนนี้เดลล์เป็น Infrastructure ไม่ว่าจะเป็นThings ต่างๆไม่ว่าในเรื่องของพลังงาน เรื่องของ Robotics เรื่อง CCTV เรื่องของ Smart Building, Smart Energy หรือว่าโลจิสติกส์เอง เราถือว่า Things เหล่านี้ สามารถคุยกับ Edge ได้

Edge-to-core-to-cloud-iot-explained
Edge-to-core-to-cloud-iot-explained

Edge คืออะไร ยกตัวอย่าง Products ของเดลล์ อย่างเช่น Edge IoT Gateway และอีกหลายรูปแบบ ซึ่งถือว่าเป็น Edge ตัวหนึ่ง ก็คือเป็นคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งนั้นเอง แต่ว่าคอมพิวเตอร์ทาง Dell EMC ตัวนี้สามารถรองรับซอฟต์แวร์ที่เป็น ปัญญาประดิษฐ์ (AI:Artificial Intelligence) สามารถให้เขาเรียนรู้บางอย่าง แล้วก็วิเคราะห์อะไรบางอย่างง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราชอบอุณหภูมิของแอร์ประมาณ 26 องศา พอเราเข้าไปที่บ้าน Edge ตัวนี้จะไปคอนโทรลแอร์ที่บ้านของเรา เขาจะเรียนรู้ว่าเราชอบอุณหภูมิเท่าไหร่ เขาจะปรับให้อัตโนมัติเลย แบบนี้เป็นต้น นี่คือหน้าที่ของ Edge ในส่วนการจะวิเคราะห์ข้อมูลใหญ่ๆก็จะไปอยู่ที่ Core กับ Cloud เรามี Edge เรียกว่า Edge IoT Gateway จะมีพอร์ต (Port) ต่างๆ ส่วนในโลกของ Operation ไม่ว่าจะเป็นโรงงานเรื่องของพลังงานจากจะมี พอร์ต (Port) ไม่ว่าจะเป็นอนาล็อกกับดิจิตอลซึ่งมีรูปแบบหลายอย่าง กลุ่มวิศวกรจะทราบดี มีพวกพอร์ตของ GP I/O หรือว่าเป็นพวก Digital I/O, Can Bus Port ทางเราจะมีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ตัวนี้มันจะเป็นตัวคอยรับข้อมูลจาก Protocal หนึ่งแล้วแปลงไปเป็นดิจิตอลไม่ว่าจะเป็น อีเทอร์เน็ต (Ethernet) เป็น WiFi หรือ บลูทูธ ตรงนี้ เรามีขนาดทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่

across-dell-technologies
across-dell-technologies

ทางเดลล์มีพาทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IoT คือ SSA Network (Thailand) โดยคุณมิ้นท์ กัลยารัตน์ จะดูในส่วน โซลูชั่น ส่วนสร้างแอพพลิเคชัน (Application) โดยมีตัวกลางคือ Embedded PC ของ Dell ที่เอามา Control การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน แอพพลิเคชันก็สามารถคอนโทรลได้ในส่วนของการเปิดปิดของไฟและแอร์ในบ้าน และก็สามารถปรับอุณหภูมิได้ด้วย หรือการเปิดปิดไฟในบ้านแบบอัตโนมัติโดยผ่านตัวเซ็นเซอร์ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensor) เป็นต้น
ซึ่งทางเดลล์มี Edge Gateway คอยควบคุมและคุยกับเซนเซอร์ต่างๆ โดยใช้ Embedded PC และ IoT Gateway ของเดลล์ ในส่วน Core และ Cloud จะอยู่บน Cloud โดยใช้แอพพลิเคชัน Smart Building The Smart Home ในการดึงเข้ามา Control อีกทีหนึ่ง ส่วน Deep Learning กับ Big Data Analytics เมื่อเราเก็บข้อมูลได้ขนาดใหญ่พอสมควรแล้ว เราสามารถนำไปทำการวิเคราะห์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจของท่าน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็น smart Building เราสามารถรู้ว่าค่าไฟ เราควรจะประหยัดเท่าไหร่ แต่ละวันเราใช้พลังงานไปเท่าไหร่ อย่างเช่นแอพพลิเคชันนี้จะบอกการใช้ของพลังงานในแต่ละวันได้เลย

การสาธิตหรือเดโมนี้ จะทำให้เห็นภาพว่า การต่อไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ก็ดีของการเรียกว่า Contact Sensor การคอนโทรลไฟการคอนโทรลแอร์ ทุกอย่างจะถูกเชื่อมต่อไปยังที่ IoT Gateway ซื่งจะมีโปรแกรมควบคุม ซึ่งท่านสามารถเขียนโปรแกรมใส่ AI เข้าไปเพื่อให้การตัดสินใจโดยอัตโนมัติได้ ส่วน Core และ Cloud ตอนนี้ทาง Dell EMC มีอุปกรณ์คอยช่วยเหลือท่าน ถ้าสนใจหลังจากนี้ เรามีบลูปริ้นไม่ว่าจะเป็น Smart Energy, Smart Building, Smart Home, Smart Farm สมาร์ทต่างๆสามารถติดต่อทาง Dell EMC และทางพาร์ทเนอร์ SSA Network (Thailand) ตามช่องทางต่างๆด้านล่าง
สรุปในเรื่องของเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้ ในปี 2018 เทคโนโลยีของ Internet of Things (IoT) และเทคโนโลยีของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI:Artificial Intelligence) จะมามีบทบาทมากขึ้นกับการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศไทยอย่างแน่นอน

Download  >> Spec Sheet Dell Edge IoT Gateway

บทความเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับ Dell Edge Gateway 3000 Series

>>พลิกโฉมการผลิต ปฏิวัติโลกอุตสาหกรรม Dell Edge Gateway 3000 Series

>>SSA Network (Thailand) แนะนำสินค้าใหม่ Dell Edge Gateway 3000 Series

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม SSA Network (Thailand)

Tel : 064-­184-­7329 (k.ต๋อม), 064-­184-­7326 (k.เกิ้ล)

        064-­184-­7327 (k.อุ๊), 084-­088-­8490 (Hot Line)

Line id : @ssanetwork (มี @ ข้างหน้า) หรือที่ Link>> Add Friend Line @ssanetwork 

e-mail : sale1@ssanetwork.com, adm.office2@gmail.com

             consult4@ssanetwork.com

ร่วมอัพเดทข่าวสารโลกไอที, IoT (Internet of Things) ได้ที่

facebook คลิก Like >>https://www.facebook.com/IOT.ASEAN/

คลิก Like >>https://www.facebook.com/InternetOfThings

Inbox FB : m.me/internetOfThingsThai

www.ssanetwork.com (SSA Network IoT Shop)

www.ssanetwork.co.th

ขอใบเสนอราคา

ชื่อของคุณ (required)

เบอร์โทรศัพท์ (required)

อีเมล์ของคุณ (required)

หัวข้อ

ข้อความของคุณ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here